การเรียนการสอนยุคดิจิตอล

ในอดีตการเรียนการสอนจะยึดผู้สอนเป็นศูนย์กลาง โดยมีครูเป็นผู้บรรยายเนื้อหาบทเรียน และผู้เรียนมีหน้าที่เรียนรู้ตามที่ครูบอก จะไม่เน้นที่กระบวนการคิดให้เกิดกับผู้เรียน จึงทำให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ไม่เป็น ยุคต่อมาระบบการศึกษาเปลี่ยนไปเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ(Child center) โดยที่ครูมีบทบาทและนำแนวทางการเรียนในบทเรียน แต่วิธีนี้ก็ยังมีข้อบกพร่องที่ครูผู้สอน มักจะตีความหมายของการเรียนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญผิดๆ โดยให้ผู้เรียนหาวิธีการเรียนเอง ซึ่งผู้เรียนไม่ได้ถูกฝึกมาให้เกิดกระบวนการคิดตั้งแต่แรก ไม่สามารถเรียนรู้โดยวิธีนี้ได้ ดังนั้นถ้าครูไม่เป็นผู้แนะนำให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียน หรือชี้แนะแนวทางเลย ผู้เรียนก็จะไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ใดๆ ทั้งสิ้น

ปัจจุบันนี้วงการการศึกษามีจุดมุ่งหมายเน้นให้ผู้เรียนศึกษาหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่มี และมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน เทคโนโลยีจึงมีบทบาทที่สำคัญในการตอบสนองการเรียนรู้ของผู้เรียน หรืออีกนัยหนึ่งคือต้องการให้โรงเรียนทุกโรงจัดการศึกษาโดยนำเทคโนโลยีมาใช้กับการเรียนการสอนในทุกกลุ่มสาระ เรียกได้ว่าเป็นการบูรณาการวิชากับสื่อเลยก็ว่าได้ การศึกษาในยุคนี้จึงหนีไม่พ้นกับคำเปรียบที่ว่า “การศึกษายุคดิจิตอล”

นับตั้งแต่มีเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเข้ามา ดูเหมือนว่าวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกจะถูกโยงให้ข้องเกี่ยวกับมันอย่าง เลี่ยงไม่ได้ เพราะนอกจากมันจะเป็นศูนย์รวมของข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีขอบเขตจำกัดแล้ว อินเทอร์เน็ตยังเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนที่มี ประสิทธิภาพไม่น้อย จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว

 

จากผลการสำรวจความนิยมในการใช้งานเว็บไซต์ประเภท Social Network ของประเทศไทยปี 2553  10 อันดับ พบว่า

อันดับ 1                   Facebook

อันดับ 2                   Youtube

อันดับ 3                   Hi5

อันดับ 4                   Blogger

อันดับ 5                   Wikipedia

อันดับ 6                   4Shared

อันดับ 7                   MediaFire

อันดับ 8                   Exteen

อันดับ 9                   Skype

อันดับ 10        Multiply

 

 

 

 

จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันนี้ Social Network หรือสังคมเครือข่ายออนไลน์ มีผู้นิยมใช้อย่างแพร่หลาย ไม่เฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น แต่ยังแพร่กระจายไปยังกลุ่มธุรกิจ กลุ่มนักเรียนนักศึกษา โดยในส่วนธุรกิจจะใช้ Social Network ในการประชาสัมพันธ์โฆษณาสินค้า ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง เพราะลูกค้าก็คือผู้ใช้งานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

ส่วนกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มนักเรียนนักศึกษา จะใช้ Social Network ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน โดยความต้องการแล้ว คนกลุ่มนี้ต้องการความเป็นอิสระและความเป็นส่วนตัว นอกจากจะเป็นผู้ใช้แล้ว ยังสามารถเป็นผู้สร้างหรือดัดแปลงเทคโนโลยีได้ และเป็นการเปิดโอกาสทางความคิดของตนเอง และเผยแพร่ไปยังบุคคลอื่นได้ ซึ่ง Social Network สามารถตอบสนองความต้องการตรงนี้ได้ จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ หรือเรื่องที่สนใจผ่านทาง Facebook, Skype หรือเกมส์ออนไลน์ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการได้เช่นกัน

ส่วนกลุ่มคนวัยทำงาน นักวิชาการ หรือองค์กรภาครัฐและเอกชน หรือแม้แต่ระบบราชการ เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ Social Network ในการสืบค้นข้อมูลข่าวสาร และติดต่อสื่อสารมากกว่าการเข้าไปในรูปแบบอื่นๆ

 

การประยุกต์ใช้ Social Network กับการจัดการเรียนการสอน

การตอบโจทย์การศึกษาในยุคดิจิตอล จึงต้องตอบสนองที่ความต้องการของผู้เรียน ต้องสร้างแหล่งเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต แต่การจัดตั้งแหล่งเรียนรู้จำเป็นต้องใช้งบประมาณมาก แต่ถ้าครูสามารถสร้างแหล่งเรียนรู้สำหรับให้ผู้เรียนศึกษาได้เองตลอดเวลาและประหยัดเงิน โดยการสร้างแหล่งเรียนรู้หรือบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้ผู้เรียนสามารถเข้ามาสืบค้น เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง จึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับการจัดการเรียนการสอน การสร้างบทเรียนหรือเนื้อหาวิชาเรียน เป็นวิธีที่ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ครูผู้สอนและนักเรียนมีการใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น โดยครูจะเป็นผู้ควบคุมดูแลระบบ สร้างบทเรียนเนื้อหาลงไปในเครือข่าย เช่น Facebook, Youtube แล้วให้ผู้เรียนเข้าไปเรียนตามเนื้อหาที่ครูเป็นผู้กำหนดไว้ นอกจากนี้ครูยังสามารถเช็คเวลาเรียนจากการเข้าใช้ระบบของนักเรียนได้ นอกจากผู้เรียนจะเข้ามาเรียนอย่างเดียวแล้ว เมื่อเกิดคำถามก็สามารถแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามไว้ให้ครูมาตอบได้ทันที ทำให้การเรียนการสอนมีความน่าสนใจและเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

บทสรุป

Social Network เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย และทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวงการธุรกิจ สื่อสารมวลชน องค์กรภาครัฐและเอกชน หรือแม้แต่วงการศึกษาเองก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการสอน การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ หรือแม้แต่การสร้างปฏิสัมพันธ์ของครูกับนักเรียน การใช้ Social Network กับการจัดการเรียนการสอนในยุกดิจิตอล นับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ เป็นการเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ของนักเรียน จึงเป็นวิธีการที่ครูและวงการศึกษาควรนำไปประยุกต์ใช้กับการสอนของตนเอง เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และทันต่อยุคโลกาภิวัฒน์ต่อไป/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s