ภาษิตลุงสอนหลาน

ผู้แต่ง  พระครูวิจารณ์ศีลคุณ (ชู)

ประวัติผู้แต่ง  พระครูวิจารณ์ศีลคุณ เดิมชื่อ ชู  เป็นชาวตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๒ ตอนเป็นเด็กมีเพื่อนเกลอคน หนึ่ง ไม่ปรากฎว่าชื่ออะไร  เมื่ออายุได้ ๒๑ ปี พ่อ แม่จึงให้บวชเป็นพระภิกษุพร้อมกันที่วัดดอนคัน ตำบลคูขุด ขณะที่บวชเป็นพระภิกษุย่างเข้าพรรษา ที่ ๓ มีผู้หญิงไปติดพันท่าน คือไปมาหาสู่อยู่เป็นประจำ ท่านจึงตัดปัญหาด้วยการไปอยู่เสียที่เมืองภูเก็ต ส่วนพระภิกษุซึ่งเป็นเพื่อนเกลอของท่าน บวชอยู่ได้ ๓ พรรษา ก็สึกและได้แต่งงาน เข้าใจกันว่าได้แต่งงานกับผู้หญิงคนที่ไปติดพันพระภิกษุชู

พระภิกษุชู อยู่ที่เมืองภูเก็ตรวมเวลา ๗ ปี จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดดอนคันดังเดิม และต่อมา ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดดอนคันเมื่ออายุได้ ๓๐ ปี ช่วงนี้ ท่านได้แต่งตำราเอาไว้หลายเล่ม เท่าที่ทราบ เช่น ตำราเรียนหนังสือไทยแบบโบราณ หนังสือหัดอ่าน สูตรเลข พระพุทธโฆษาจารย์ไปแปลธรรมลังกา เป็นต้น

ท่านได้รับเด็กๆ ลูกชาวบ้านละแวกใกล้ๆ วัดดอนคันมาเรียนหนังสือ ส่วนเพื่อนเกลอของท่าน ตอนนั้นมีลูกแล้ว อายุราวๆ ๑๐-๑๑ ขวบ ก็ส่งลูกมาเรียนหนังสือกับท่านด้วย รวมทั้งให้คอยปรนนิบัติรับใช้ เล่ากันว่าเพื่อนเกลอของท่านไม่ค่อยกล้าสู้หน้าท่าน เพราะเอาแต่เมาเหล้าอยู่เป็นประจำ

ด้วยสาเหตุนี้ ท่านจึงได้แต่ง “ภาษิตลุงสอนหลาน” ขึ้น ราวๆ ปี พ.ศ.๒๔๒๖ เพื่อใช้สอนเด็กๆ ที่มาเรียนหนังสือ รวมทั้งลูกของเพื่อนเกลอด้วย แต่โดยเจตนาคือต้องการตีวัวกระทบคราดไปถึงผู้ปกครองของพวกเด็กๆ โดยเฉพาะ เพื่อนเกลอของท่านเอง ท่านจะให้เด็กๆ ท่องจนจำขึ้นใจ แล้วให้กลับไปท่องให้พ่อแม่ฟังที่บ้านด้วย

การท่องเป็นการอ่านดังๆ ตามลีลาของภาษาถิ่น เรียกว่า ขับ หรือ ขับบท ทำนองคำปรัชญ์ หรือ คำพรัด  “ลุง” ในภาษิตลุงสอนหลาน หมายถึงตัวท่านเอง ส่วน “หลาน” หมายถึงเด็กชายลูกของเพื่อนเกลอ ในสาระภาษิตลุงสอนหลาน จะใช้คำว่า “ไอ้หลานอาว์”

บั้นปลายของชีวิตพระภิกษุชู ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดจะทิ้งพระ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จประพาสเมืองสทิงพระ ได้ทรงแต่งตั้งให้ท่านเป็นพระครูธรรมธาตุนุรักษ์ถือพัดพระวินัยธร และเป็นเจ้าคณะ อำเภอสทิงพระด้วย ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว   ท่านมีสมณศักดิ์เป็น “พระครู วิจารณ์ศีลคุณ”

 ท่านมรณภาพ  เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๕

รวมอายุได้ ๗๓ ปี  ๕๒ พรรษา

“ภาษิตลุงสอนหลาน”

โดย พระครูวิจารณ์ศีลคุณ (ชู) วัดจะทิ้งพระ

ข้าขอไหว้ครู                    แรกนานหายหู

ไม่รู้ครั้งไหน                    เป็นครูผู้เฒ่า

ไม่เข้ากับใคร                   แกดีเหลือใจ

พ้นที่คณนา

กินแล้วแกนอน               ไม่ทุกข์ไม่ร้อน

ด้วยสิ่งใดหนา                  เมื่อคราวอยู่วัด

แกหัดวิชา                        หมากรุกสกา

โปไพ่หลายอย่าง

เล่นบ้าคว้าว่าว                   ยามเย็นยามเช้า

กินเหล้าไปพลาง              ฉัดกร้อต่อนก

หลายหนกหลายอย่าง       ขี้คร้านการห่าง

มันสิ้นเพียงครู

ออกมาอยู่บ้าน                 วิชาขี้คร้าน

กับการแกไม่โส้                เห็นคนทำการ

แกพาลพาโล                   โกรธาว่าโม่ห์

ชิงโร้กว่าคน

คนจำพวกนี้                      ขี้ร้ายไม่ดี

มิเห็นเป็นผล                    ไม่ตามคำครู

ไม่ดูเยี่ยงคน                    อย่าให้มันจน

ให้มันมั่งมี

แช่งให้หนักหนา             ให้สมน้ำหน้า

คนบ้าไม่ดี                       ทำไร่ไถนา

หามั่งหามี                       คนจำพวกนี้

ไม่เห็นเป็นการ

ทำไร่ไถนา                       บุราณท่านว่า

หาความรำคาญ                เป็นเพื่อนกับโม่ห์

โค่กับขึ้นตาล                   ถ้าใครอยู่บ้าน

อ้ายหลานอย่าทำ

ถ้าจักขึ้นตาล                    อย่าขึ้นมาบ้าน

คิดอ่านปลุกหนำ               หาไหให้มาก

เทหวากให้คล่ำ                ให้เต็มทั้งหนำ

ให้คล่ำทั้งเรือน

ครั้นแล้วโดยปอง             ชวนพี่ชวนน้อง

กินให้เลือนเปื้อน              ครั้นสอกเราเติม

เพิ่มไว้ให้เลือน                 กินให้ตั้งเดือน

ใครว่าไหรใคร

ครั้งเราเมามาย                 ใครมาด่าให้

อย่าได้กลัวไหร                เขาฟ้องเสียเงิน

ให้แกเขาไป                    กลัวเขาว่าไร

ด่าใหม่ให้เล่า

ถ้ามันจองหอง                  สามารถอาจฟ้อง

ถึงสองสามคราว               กลัวมันว่าไร

เสียใหม่ให้เล่า                 ด่าได้ทุกคราว

เสียเล่าอย่ากลัว

เงินทองหาไม่                  ยังวัวยังควาย

ขายให้สิ้นตัว                   เอาเงินให้เขา

เราปล่าช่างหัว                  ใครว่าอย่ากลัว

ไม่ใช่วัวใคร

วัวเราต่างหาก                  ฉิบหายได้ยาก

ช่างหัวมันไหง                  ยากเราต่างหาก

ไม่ใช่ยากใคร                  ธุระไหรไขว

มาห้ามปรามเรา

เราเมาต่างหาก                 กินน้ำตาลหวาก

สมบัติไหรเขา                  เปลือกเคี่ยมเราหา

ลูกไหของเรา                   เปลือกเคี่ยมหารเทา

ลูกไหเกาะยอ

การไหรของใคร               เปลือกเคี่ยมลูกไห

ใครอย่ามาฉ้อ                  น้ำตาลกูทำ

เป็นความกูต่อ                  ใครอย่ามายอ

กูดีกว่ามัน

กินน้ำตาลหวาก                ใครกินเข้ามาก

เสมือนได้ฟังธรรม์             กินสิ้นสองไห

เหมือนได้ไปสวรรค์           อดข้าวสามวัน

ไม่มีใครตาย

ขึ้นน้ำตาลเคี่ยว                คนคิดชั้นเดียว

เอาใช้ไม่ได้                     น้ำตาลมากมาย

เทหวากให้ราย                 ดีกว่ากวนกาย

ให้ควันเข้าตา

เคี่ยวน้ำตาลขาย              ตำราว่าไว้

ว่าเป็นคนบ้า                     เป็นเพื่อนกับโม่ห์

โค่กับไถนา                     ได้ข้าวได้ปลา

ธุระอะไร

เคี่ยวน้ำตาลขาย             ได้เงินไว้จ่าย

จะจ่ายให้ใคร                   หรือจะไว้ให้มี

ให้มีทำไหร                     จะได้อะไร

ที่ว่ามีมี

ไม่หนุกไม่บาย                ทุกข์แค้นเหมือนจะตาย

กลัวทาสจะหนี                 สากลัวทุกท่า

ไม่เห็นว่าดี                      เราเห็นคนมี

ดังนี้ทุกเรือน

อย่าเรียนไถนา                 แลเหมือนคนบ้า

ไม่หมิไม่เหมือน               ขับเข้าขับแจง

เสียงแห้งไปเลือน             ตั้งเดือนสองเดือน

ไม่เห็นได้ไหร

รุ่งขึ้นคดห่อ                      วันละหม้อสองหม้อ

ขาดทุนเปล่าไป                ยามค่ำกลับมา

ไม่เห็นได้ไหร                  ได้แต่คันไถ

แบกหรามาเรือน

อย่าเรียนค้าขาย              การไหรกวนกาย

หาของให้เพื่อน                เที่ยวหาบไปให้

เขาได้ทุกเรือน                 เร่เป็นทาสเพื่อน

ไม่เหมือนอย่าทำ

อย่าเรียนขายหมาก        เป็นการลำบาก

ธุระไหรปล้ำ                    นับแล้วนับเล่า

นั่งเฝ้านั่งคลำ                   ไม่รู้รุ่งค่ำ

แต่นั่งคิดอ่าน

ได้แต่ความทุกข์              ไม่มีความสุข

อย่าทำเลยหลาน              กินหวากสักบอก

แล้วเที่ยวลอกวาน             หลอกคนตามบ้าน

ดีหวาค้าขาย

อย่าเรียนค้าพลู                เรียกว่าชิงรู้

เร่เที่ยวกวนกาย                ขึ้นลงเกาะหมาก

ลำบากมากมาย                กว่าจะได้มาจ่าย

ลำบากเสดสา

อย่าเรียนค้าสาร              ไม่ใช่กิจการ

หาความเวทนา                 แจวเรือสู้คลื่น

ค่ำคืนเสดสา                    ถึงได้เงินมา

จะไว้ทำไหร

หากได้ไว้มาก                 ได้ความลำบาก

ทุกข์แค้นในใจ                 นั่งนอนไม่หลับ

สับสนภายใน                   ธุระไหรไขว

ให้ได้เงินมา

อย่าเรียนถางไร่              การไหรกวนกาย

ให้ได้เสดสา                    แต่เผาแต่ปรน

ได้ทุกข์ทรมา                   ร้อนหน้าร้อนตา

ธุระไหรไขว

อย่าเรียนสร้างสวน          การไหรเที่ยวกวน

ให้ยากแก่ใจ                    ปลูกความปลูกหญ้า

ได้ค่าอะไร                      ธุระไหรไขว

ไม่ใช่กิจการ

อย่าเรียนกินข้าว              ไม่ดีนะเจ้า

จำไว้เถิดหลาน                 ต้องหาหลายสิ่ง

จริงจริงรำคาญ                 ครั้นกินน้ำตาล

สิ่งเดียวก็ได้

ชั้นว่าไม่ไหร                    ได้แก่ก่อไฟ

ให้เป็นถ่านไว้                   ได้ผักมาจี

เท่านี้ก็ได้                        ไม่พักกวยกาย

กับส้มต้มแกง

อย่าเรียนกินเหนียว         ไม่ดีจริงเจียว

อย่าพึงแสวง                    ต้องหาหลายสิ่ง

จริงจริงค่าแพง                 สิ่งแล่งสองแล่ง

ลำบากเสดสา

กินน้ำตาลหวาก              ไม่พักลำบาก

ดีนักหลานอาว์                 กินให้ตั้งกรัก

ไม่พักทำนา                     ครั้นกินข้าวปลา

ต้องปล้ำกวนกาย

คันไถหางยาม                  อย่าทำสามผลาม

ไม่ใช่ง่ายง่าย                   ต้องเจาะต้องถาก

ลำบากวัวควาย                 ถ้าจะทำไร่

ควันไฟเข้าตา

อย่าเรียนหนังสือ              รู้เลขลายมือ

สรรพการวิชา                   ไม่ดีสักสิ่ง

จริงจริงหลานอาว์             บุราณท่านว่า

จะได้กินกี่ที

อย่าเรียนช่างโลง            เขาจะเรียกว่าโกง

ไม่เห็นว่าดี                      ทำการเผาไฟ

จะได้ไหรมี                      นั่งเป็นเพื่อนผี

ธุระไหรทำ

อย่าเรียนตีทอง              เขาจะว่าจองหอง

ธุระไหรปล้ำ                    นั่งเป่านั่งแผ่

แลแลคลำคลำ                 วันวันยังค่ำ

หน้าดำตาแดง

ถ้าจะไปแห่งใด                เปลือกเคี่ยมลูกไห

อุตส่าห์แสวง                   กับทั้งกระบอก

ตราดปลอกตกแต่ง         เปลือกเคี่ยมตากแห้ง

แล้วให้ย่างไฟ

ตั้งไว้บนผรา                    ฉุกหุกขึ้นมา

จะได้เอาใส่                     อย่าให้รู้สิ้น

ได้กินตั้งใจ                      ไม่ดีกว่าไขว

ฝึกหัดตีทอง

อย่าเรียนเล่นกล              เที่ยวล่อลวงคน

เขาจะว่าจองหอง              ทำให้เขาเสีย

เบี้ยหอยเงินทอง               ถึงได้ข้าวของ

มาไว้ทำไหร

ไม่เป็นธุระ                        เงินทองได้มา

หาความร้อนใจ                 นั่งนอนไม่หลับ

สับสนภายใน                   ครั้นหาไม่ไหร

ไปไหนสบาย

ยังมีนิทาน                         เรื่องราวโบราณ

ท่านกล่าวเล่าไว้                ว่ามีเศรษฐี

หนึ่งมีมากมาย                 เงินทองของจ่าย

มากพ้นคณนา

แต่ไม่มีครู                       ไม่มีผู้รู้

จะได้ศึกษา                     วันหนึ่งประสบ

พบคนปัญญา                   ได้นั่งพูดจา

สนทนาแก่กัน

ผู้รู้จึงว่า                            เหมือนที่พรรณา

มาแต่หลังนั้น                   เศรษฐีรู้ความ

ลงยอมตามกัน                 ครั้นคราทีนั้น

ไม่ทำการไหร

คบเพื่อนมามาก               แล้วเทแต่หวาก

กินสำราญใจ                    ข้าคนบ่าวไพร่

ไม่ให้ทำไหร                   ก็ฆ่าเป็ดไก่

กินกับน้ำตาล

ให้สร้างสวนอ้อย             ปลูกมากไม่น้อย

ไม่ให้ทำหวาน                  ให้เทแต่หวาก

มันมากเกินการ                 จำพวกขี้คร้าน

มากินมากมาย

แล้วให้นวดข้าว                สีสารหุงเหล้า

เร่งให้ฉิบหาย                   ด้วยว่ายังมาก

ไม่มีความสบาย                จะให้เร่งจ่าย

ให้สิ้นเสียพลัน

ครั้นเมาแรงกล้า                แล้วเร่งเที่ยวด่า

เพื่อนบ้านด้วยกัน              เขาฟ้องเสียเงิน

ให้แก่เขาพลัน                  บ่าวไพร่ทั้งนั้น

ถูกด่าถมไป

ข้าคนบ่าวไพร่                   หลบหลีกหนีหาย

วุ่นวายว่อนไขว่                 บ้างลักวัวควาย

ไปขายเมืองไกล               จนไม่มีไหร

จะซื้อสุรา

เรือกสวนไร่นา                 จำนำจับจ่าย

ซื้อแต่เหล้ายา                  ลูกเมียแค้นใจ

บรรลัยมรณา                   เรือนเหย้าเท่าฝา

หลังคาโหะลง

ข้าทาสบ่าวไพร่                หลบหลีกหนีหาย

วุ่นวายเรือนผง                  ทุนทรัพย์ยับย่อย

ค่อนถดถอยลง                 เงินทองของผง

ฉิบหายหมดไป

กินจนสิ้นทรัพย์                 เศรษฐีตกอับ

ไม่มีสิ่งไหร                        เพื่อนกินมากมาย

ค่อยหายค่อยไป               ด้วยหาไม่ไหร

จะให้เพื่อนกิน

ใช่กินแต่เหล้า                  ของเมาอื่นเล่า

กัญชายาฝิ่น                    ซื้อมาแพงแพง

แกล้งให้เพื่อนกิน            ให้ทรัพย์เร่งสิ้น

จะได้อยู่สบาย

ทีนั้นได้จริง                       ทุนทรัพย์ทุกสิ่ง

สิ้นโดยใจหมาย                เหย้าเรือนพุกโผะ

โหะหักทำลาย                 ด้วยไม่บ่าวไพร่

จะช่วยคณนา

ครั้นสิ้นสมบัติ                    เที่ยวเดินห่มหมัด

กินวัดนอนหลา                 ได้ความสบาย

ไม่พักเวทนา                    คนเดียวเอกา

เวลาพากาย

เที่ยวขอเพื่อนกิน            เหล้าข้าวยาฝิ่น

บางทีก็ได้                       บางคราวก็เปล่า

อดเพลากินงาย                แต่ได้สบาย

ไม่พักทำการ

นี่แหละหลานอาว์             จำไว้เถิดหนา

เรื่องราวโบราณ                อย่าเรียนวิชา

อุตส่าห์ขี้คร้าน                 ถึงไม่ทำการ

ได้กินเหมือนกัน

เศรษฐีนั้นหนา                 อยู่มาไม่ช้า

ก็ตายเสียพลัน                 แต่ผ้าห่อกาย

ไม่มีสักอัน                       ฝูงคนทั้งนั้น

ผูกคอลากไป

ทิ้งเสียป่าช้า                      เป็นเหยื่อแร้งกา

หมาชิงกันไขว                  นีแหละหลานอาว์

เร่งมาจำใจ                       คนหาไม่ไหร

นี้ดีจริงจริง

เขาตายมามาก                  ใครหอนได้ลาก

ซากศพชายหญิง              ขี้คร้านนี้เลิศ

เห็นประเสริฐจริง               จำไว้อย่าทิ้ง

เสียไอ้หลานอาว์

อุตส่าห์ขึ้คร้าน                  ขึ้นชื่อว่าการ

แล้วถือตัวอย่า                  จะได้มั่งมี

ได้ดีหลานอาว์                  ขี้คร้านดีหวา

อย่าให้ยังไหร

ของกินไม่ขัด                   ข้าวตากตามวัด

มันมีถมไป                       ไปปลิ้นเด็กมา

แล้วอย่าให้ไหร                เด็กด่าตามใจ

อย่าไปพรรณนา

อุตส่าห์หน้าด้าน               เขาแช่งสาบาน

อย่าได้แสบสา                 อดทนให้ได้

ไม่พักเวทนา                    เขาด่าเขาว่า

จะอายอะไร

ความอายนี้หนา                ทำให้เวทนา

เสดสาเหลือใจ                 ต้องปล้ำทำการ

รำคาญภายใน                  เหนื่อยกายพ้นใจ

ในเมื่อทำการ

ตั้งแต่เจ็บยาก                   จับจอบจวกถาก

ได้ความรำคาญ                น่าอายพ้นใจ

ในเมื่อทำการ                   เที่ยวถือพร้าขวาน

ไม่ได้กรายแขน

เมื่อลงทำนา                      เที่ยวนุ่งผ้าปะ

หาบกล้าคอแอน               เราดูน่าอาย

เขาไม่สาแคลน                ไม่ได้ใส่แหวน

นุ่งผ้าเลื้อยชาย

ไม่ได้ฉัดกร้อ                    ไม่ได้เที่ยวตรอ

เกี่ยวคนทั้งหลาย              ทำนากล้านัก

มักนุ่งผ้าร้าย                     ยิ่งเที่ยวค้าขาย

ดูน่าอายแรง

เดือนสี่เดือนห้า                 เที่ยวหาบสินค้า

ไปขายทุกแห่ง                  หมากพลูปูนยา

เที่ยวขายแพงแพง            เที่ยวเดินหน้าแห้ง

น่าบัดสีตาง

ไม่ฝึกเล่นไพ่                     ได้แต่ค้าขาย

คิดไม่ถูกทาง                     กว่าจะได้เหรียญเหรียญ

พากเพียรปล้ำร่าง              ฉัดกร้อสักผาง

ดีกว่าค้าขาย

ยังพวกขึ้นตาล                  โจงเบนลอกวาน

ดูน่าพลอยอาย                 คอนบอกกุ้งกุ้ง

นุ่งผ้าเก่าร้าย                    เคี่ยวขายเงินได้

น่าอายพ้นแรง

กว่าจะได้เหรียญเหรียญ          แต่พากแต่เพียร

หน้าดำตาแดง                          ไม่เหมือนฉัดกร้อ

พบปอเข้าแทง                          ชนะทุกแห่ง

ไม่หอนแพ้ใคร

ได้เงินตั้งพาย                   พาไปเล่นไพ่

กัดปลาชนไก่                   ซื้อหนมกินสบาย

ไม่พักทำไหร                   ที่อยู่นั้นไซร้

ศาลาโขตาย

ได้อยู่ดีดี                           ไม่พักบัดสี

เหมือนนุ่งผ้าร้าย               ดีกว่าทำนา

ดีกว่าค้าขาย                     เงินทองของจ่าย

ขี้คร้านเอาเอง

วันจะเอาจริงจริง               เที่ยวดูหมู่หญิง

ตักน้ำทูนเผล้ง                  ทำพูดให้เพลิน

เที่ยวเดินโทงเทง              คลุบผลักให้เผล้ง

มันพลัดแตกเสีย

มันด่าเราตบ                     ทีนั้นคงพบ

กับพายถุงเบี้ย                  เพราะผัวมันฟ้อง

เราต้องไปเสีย                  ผิดลูกผิดเมีย

ต้องเสียยังค่ำ

ไม่มีเงินให้                        ทีนั้นเจ้านาย

จับเอาเราจำ                      เข้าคุกทนหราง

เพราะผิดทางธรรม            เขาไม่ฟังคำ

เฆี่ยนตีวุ่นวาย

ทีนั้นพ่อแม่                      พี่น้องใกล้แค่

เขาแลไม่ได้                    คงเอาเงินเบี้ย

ไปเสียให้นาย                  เศษเบี้ยเสียปลาย

คงได้ให้เรา

ครั้นอยู่สบาย                    เงินทองของจ่าย

ใครจะให้ของเขา              ครั้นเราเข้าคุก

นั่งทุกข์ซุกเซา                 เขาคงจะเอา

มาให้เราจ่าย

นี่แหละหลานอาว์             เรียกว่าวิชา

การหาเงินง่าย                  อนึ่งเล่าหนา

ถ้าจะให้ไว้ได้                   ให้ไปเล่นไพ่

กัดปลาชนไก่

เล่นบ้าเล่นดวด                ถ้าใครเล่นอวด

จะได้เป็นใหญ่                  ยิ่งได้ทอยกรอก

บอกให้เข้าใจ                   นั่นแหละจะได้

ตำแหน่งขุนนาง

เบี้ยแป๊ะกำปัด                    ถ้าใครเล่นจัด

คงจะพาร่าง                        ยิ่งได้เล่นปอ

จะได้เป็นนายตะราง           เล่นถั่วตัวอย่าง

จะได้เป็นนายกอง

เล่นหีบเล่นรุก                   ใครเล่นให้คลุก

จะได้เป็นขุนรอง               เล่นหลักจักจน

ได้เป็นคนชาวห้อง            เสือกินวัวปอง

จะได้เป็นนายด่าน

เล่นกร้อต่อนก                 เจ้านายท่านยก

ให้เป็นนายงาน                 กัดปลาจะได้

เป็นนายทหาร                  เรียนวิชาการ

มิดีทีเดียว

ที่เขาได้ดี                          ได้มั่งได้มี

กินข้าวแล้วเที่ยว               นั่งชักนิทาน

พูดพาลพูดเกี้ยว               เที่ยวเดินยืนเยี่ยว

เที่ยวนั่งเรือนคน

กินหวากสูบยา                 สูบฝิ่นกัญชา

คนนั้นไม่จน                     ไม่อดไม่ยาก

กินมากหวาคน                 เกิดลาภเกิดผล

ฝูงคนเกรงกลัว

นั่งเรือนใครใคร               เขาไม่เชื่อใจ

กลัวจะลักวัว                     จะฝากสิ่งใด

ไม่หาญเขากลัว                เพราะว่าไม่ชั่ว

ตัวดีทีเดียว

ที่เขาได้ดี                           เขาดีอย่างนี้

เขาอุตส่าห์เที่ยว               ขึ้นชื่อเรือนเอง

ไม่อยู่ทีเดียว                    เที่ยวนั่งพูดเคลียว

เที่ยวไม่เป็นเค้า

เที่ยวนอนตามหลา           เที่ยวตามวัดวา

แล้วมากินข้าว                  อันการหลับนอน

ห่อนตื่นแต่เช้า                 ครั้นเขาหุงข้าว

สุกแล้วต่อตื่น

ถ้าไม่ไหรกิน                     นั่งทำหน้าหมิน

ขึ้งโกรธครึกครื้น               บ่นว่ารายมาย

นับได้หลายหมื่น              แล้วลุกขึ้นยืน

จะถีบเจ้าเรือน

วิชาของพ่อ                        นิสัยใจคอ

สูงใหญ่ใครเหมือน            นอนจนหวันโด่ง

โกงมาหวาเพื่อน               ของกินไม่เหมือน

ฟัดถ้วยฟัดชาม

จะใคร่กินให้ดี                    แต่มือของพี่

ขี้คร้านเหลือหยาม            ผ้านุ่งผ้าห่ม

รักใคร่จะให้งาม                กับการพาคร้าม

ไพรร่างไพรตัว

คนดังนี้หนา                      จำไว้หลานอาว์

ไม่ใช่คนชั่ว                       คนดีทีเดียว

เที่ยวเดินเล่นตัว                เที่ยวยิ้มเที่ยวหัว

เที่ยวหลีกหลบการ

เที่ยวพลอยกินหมาก       เที่ยวคอยแลปาก

เขาเล่านิทาน                    เที่ยวหยิบเที่ยวต้อง

ของเขาใช้การ                  สิ่วจอบพร้าขวาน

เที่ยวหยิบขึ้นแล

ไม่ใช่ธุระ                          เที่ยวหยิบออกมา

ให้เขาด่าแม่                     กริชอยู่ในฝัก

ชักออกมาแล                   ลางทีลูกแจ

ชักแลหักไป

ของเขาเขารัก                เที่ยวต้องเที่ยวชัก

ธุระอะไร                         เพราะถือว่าดี

ว่าไม่มีภัย                       คิดสำคัญใจ

เขากลัวทั่วเมือง

คิดว่าเขารัก                       เที่ยวหัวขิกขัก

น่าเกลี่ยดทั้งเรื่อง              เที่ยวเดินเที่ยวนาด

เที่ยวอุบาทว์เมือง              เที่ยวให้เขาเคือง

ทั้งเรื่องล้วนดี

เป็นนายก็ใช่                   จะว่าเป็นไพร่

ก็เห็นผิดที                       แลนุ่งแลห่ม

น่าว่าผู้ดี                          ประพฤติเหมือนผี

ไม่ใช่ผู้คน

บากคอกิวกิว                  แล้วเอาไปลิว

ไว้ตามถนน                     คนเดินมาปะ

สัญญาว่าคน                    ดูทีไม่จน

เป็นคนไม่ไหร

เป็นบ้าก็ใช่                     จะว่าเป็นใบ้

ก็ใช่วิสัย                         ฟังข้างพูดจา

ปัญญาว่องไว                 ประพฤติเหลวไหล

ขี้คร้านเหลือเพื่อน

จะดูร่างกาย                          ยิ้มเยื้อนเกลื้อนพลาย

จมูกปากมีเหมือน                 มีตีนหูตา

เกลี้ยงเกลาเหมือนเพื่อน     อดข้าวตั้งเดือน

ก็ตายเหมือนกัน

ไม่ใบ้ไม่บ้า                       ปัญญมปัญญา

มีสรรพครบครัน                เสียทีที่ดี

เสียแต่เท่านั้น                   ถ้าชั่วเสียกัน

จะได้ทำการ

นี่ดีเสียจริง                        ดีครบทุกสิ่ง

ในเรื่องขี้คร้าน                  ดีไม่ต้องไหร

ดีไปทุกบ้าน                      ดีไม่ขึ้นตาล

ดีไม่ทำนา

ดีไม่ค้าขาย                      ดีไม่ทำไร่

ดีไม่ปลูกยา                     ดีไม่รู้เขียน

ดีไม่เรียนวิชา                   ดีนอนตามหลา

ดีมากินเรือน

ดีค่ำเข้านอน                     ดีรุ่งขึ้นจร

ดีนั่งเรือนเพื่อน                 ดีแต่พูดมาก

ดีกินหมากเลือน               ดีแต่คบเพื่อน

มาเรือนกินเปลือง

ดีเที่ยวนินทา                    ดีแต่เที่ยวว่า

นินทาบ้านเมือง                ดีด่าพระสงฆ์

ดีผงทั้งเรื่อง                      ดีให้เขาเคือง

ทั้งเรื่องล้วนดี

ดีไม่เข้าเค้า                     เป็นดีปลาเป้า

ไม่ใช่ดีหมี                       ดีไม่เข้ายา

ดีค่าไม่มี                         ดีถือตัวดี

ดีหวาดีหวา

ดีกินแล้วนอน                  ดีตื่นแล้วจร

ดีถือปัญญา                     ดีสอนไม่ได้

ดีไม่เข้าท่า                      ดีคิดริษยา

ดีอิจฉาคน

ดีแต่จะเล่น                       ดีลักไม่เว้น

ปล้นคนเดินหน                 ดีแต่หน้าด้าน

ดีแต่พาลคน                     ดีแต่เที่ยวบ่น

ถมเพื่อนทั้งหลาย

ดีแต่เที่ยวฉ้อ                    ดีแต่จะแพ้ปอ

ดีแต่จะแพ้ไพ่                   ดีแต่เที่ยวเร่

ถามเหน้เขาใช้                  ดีแต่ทนอาย

จะให้เขาด่า

นี่แหละคนดี                       เขาดีอย่างนี้

จำไว้หลานอาว์                   ดีนี้เรียนง่าย

ไม่เหมือนเรียนวิชา            อุตส่าห์เที่ยวด่า

เดี๋ยวได้พบดี

ยังเล่าคนชั่ว                    ที่เขารวยตัว

ได้มั่งได้มี                       เขาพูดกันมา

ไม่ใช่คนดี                       คนที่มั่งมี

เขาว่ายังชั่ว

คนเรียนวิชา                     ทำการอาสา

พระเจ้าอยู่หัว                   ตั้งตัวเป็นนาย

ว่าได้ยังชั่ว                      ฝูงคนเกรงกลัว

ยังชั่วไม่จน

หนึ่งคนจนไพร่                 ไม่ยากไม่ง่าย

ได้ทุกข์ทรพล                  อุตส่าห์เปลื้องปลด

ทำการบดฝน                   ได้ทรัพย์เบาตน

พ้นทุกข์เวทนา

เขาว่ายังชั่ว                      ยังคิดพาตัว

พ้นจากทาสา                   ค่อยได้ยังชั่ว

รวยตัวขึ้นมา                    ลางคนพูดว่า

ยังชั่วตัวมัน

หนึ่งคนทำนา                     ได้ข้าวได้ปลา

มากมายคร่ำครัน               ปากคนลือเล่า

กล่าวบอกเพื่อนกัน            ปีนี้คนนั้น

ได้ข้าวยังชั่ว

คนเรียนหนังสือ               รู้เลขลายมือ

เขียนงามทุกตัว                กดแกมไม่เพี้ยน

ว่าเขียนยังชั่ว                   เขาได้พาตัว

ในการวิชา

ยังชั่วทุกคน                      ที่เขาไม่จน

ทำการอุตส่าห์                  สร้างสวนค้าขาย

ทำไร่ไถนา                       ปลูกครามย้อมผ้า

ยังชั่วทุกคน

ไม่ใครว่าดี                       ถึงได้มั่งมี

ไม่ยากไม่จน                   เขาว่ายังชั่ว

ไปทั่วแห่งหน                   ไม่ขัดไม่สน

ยังชั่วไม่ดี

ใครกินแล้วนอน              ตายายให้พร

ให้มั่งให้มี                         ไม่ให้แคล้วคลาด

เป็นทาสเศรษฐี                 ให้ร่ำรวยหนี้

ได้ดีจนตาย

กินแล้วทำการ                 ตายายสาบาน

ให้นุ่งผ้าร้าย                    ไม่ให้ได้ดี

มีแต่เหนื่อยกาย               ต้องเที่ยวขวนขวาย

มานี้ไปนั้น

ขึ้นตาลรานโหนด              เที่ยวเดินโงดโงด

หันเหียนเวียนวัน               แลวัวแลควาย

เร่ไล่จูงมัน                         เหนื่อยตัวทุกวัน

ไม่ใครว่าดี

เพราะตายายแช่ง            ครั้นทำมากแรง

ได้มั่งได้มี                       ได้แต่ยังชั่ว

ไม่ได้ตัวดี                        เพราะถูกตามที่

คำแช่งตายาย

คนที่ทำการ                       เที่ยวแลเถิดหลาน

เห็นใครได้สบาย               ทนเปียกทนฝน

ทนแดดทุกงาย                 เหนื่อยอ่อนร้อนกาย

ได้ความเวทนา

คนกล้าทำการ                  ถูกความสาบาน

ดังนี้หลานอาว์                  ได้ความลำบาก

ตรากตรำเวทนา                นอนเสียเถิดหนา

อ้ายหลานอย่าทำ

หนึ่งเล่าเจ้าหลานอาว์        ให้อุตส่าห์จำคำสอน

บุราณท่าแต่ก่อน                สั่งสอนไว้ทุกประการ

ค้าขายทำไร่นา                   สิ่งนี้หน่าว่ารำคาญ

สร้างสวนและทำตาล         เคี่ยวไว้ขายได้ความเคือง

ให้ทำน้ำตาลหวาก              ไว้ให้มากถูกตามเรื่อง

ไม้ฟืนก็ไม่เปลือง                คนทั้งเมืองไม่ขอกิน

เด็กวัดก็ไม่มา                      พระมาพบหลบหน้าหมิน

ลูกเมียไม่พลอยกิน             เปล่าทั้งเรื่องไม่เปลืองไหร

อย่าขึ้นเทน้ำส้ม                   ส้มอื่นถมแทนกันได้

ได้ปลาหายอดไทร              ใบส้มขามลูกเถาคัน

ส้มม่วงลูกส้มงั่ว                    มาใช้ครัวได้เหมือนกัน

ส้มมุดส้มม่วงคัน                  พันธุ์ส้มพูดผักเสี้ยนดอง

ส้มกรูดและส้มนาว              ทั้งส้มเฟืองมากเนืองนอง

ส้มเสี้ยวหน่อไม้ดอง            ต่างส้มได้ไม่ดีหวา

น้ำส้มโหนดดีไหรนัก            มักทำให้เกิดโรคา

หนึ่งเล่าเจ้าหลานอาว์           อย่าทิ้งเสียในการไล

ถ้าจะไปไถนา                       ให้ภาวนาเดี๋ยวก่อนไหง

ตามแต่จะทำไหร                   เดี๋ยวก่อนไหงเป็นคำนำ

ครั้นสายใกล้จะไป                 เดี๋ยวก่อนไหงเติมอีกคำ

ภาวนาให้ประจำ                     อย่าทำลืมจะเสียที

ค่อยก่อนสักเดียวก่อน          อย่าเพ่อก่อนสิ่งนี้ดี

กุบกับไปไหนมี                     ไม่สิ้นวันหวันยังครัน

สิ่งนี้เป็นคาถา                        ให้ภาวนาว่าด้วยกัน

หนึ่งเล่ายามงายวัน               จะกินข้าวทั้งเช้าเย็น

ถ้วยชามถืออย่างล้าง           เคาะโก่งก่างโยนกระเด็น

ขึ้นผราอย่าทันเห็น               ให้ทุกวันนั้นจึงดี

กินแล้วเคาะโยนโกก            ถูกโฉลกตามวาที

ถ้วยงามหรือชามดี                เคาะสามทีโยนขึ้นผรา

ใครทำให้ทุกวัน                    ว่าผู้นั้นเหลือปัญญา

ท หนึ่งเล่าให้อุตส่าห์            เรียนสูบยาให้ฉุยฉุย

ไม่รู้ให้เร่งเรียน                     เพียรให้ได้เวลาคุย

ได้เดินดูดแก้มตุ้ย                ถุ้ยน้ำลายให้เพรื่อไป

ใครว่าอย่ารู้ฟัง                     ยืนหรือนั่งถุ้ยตามใจ

ในเนียงหรือในไห               ในที่นั่งหรือที่นอน

นึกจะถุ้ยก็ถุ้ยไป                  อย่าฟังใครมาว่าสอน

ผ้านุ่งผ้าห่มนอน                  เปรอะเปื้อนไปตามใจมัน

หนึ่งเล่าเมื่อกินหมาก          ปูนเหลือมากจงป้ายบั่น

เหลียดไว้ที่นอนั้น               หรือทาไว้ที่ชายฝา

ถ้าไปที่เรือนใคร                ให้เอาปูนช่วยลาทา

ตามนอหรือตามฝา             อย่ากลับมาเสียเปล่าเปล่า

หนึ่งเล่าถ้าแม้นว่า               จะไปหาเจ้านายเรา

เมื่อจะแลตาเขา                  เขาแลมาอย่าหลบตา

เขาเหลือกเราเหลือกมั่ง      แข่งกันบ้างใครกริบหวา

อย่าแพ้อ้ายหลานอาว์        การแลตาอย่ากลัวใคร

เจ้านายชอบเราครัน           คงรางวัลให้เต็มใจ

หนึ่งเล่ายามงายวัน             จะกินข้าวทั้งเช้าเย็น

ถ้วยชามถืออย่างล้าง         เคาะโก่งก่างโยนกระเด็น

ขึ้นผราอย่าทันเห็น            ให้ทุกวันนั้นจึงดี

กินแล้วเคาะโยนโกก          ถูกโฉลกตามวาที

ถ้วยงามหรือชามดี            เคาะสามทีโยนขึ้นผรา

ใครทำให้ทุกวัน                ว่าผู้นั้นเหลือปัญญา

หนึ่งเล่าให้อุตส่าห์            เรียนสูบยาให้ฉุยฉุย

ไม่รู้ให้เร่งเรียน                 เพียรให้ได้เวลาคุย

ได้เดินดูดแก้มตุ้ย             ถุ้ยน้ำลายให้เพรื่อไป

ใครว่าอย่ารู้ฟัง                  ยืนหรือนั่งถุ้ยตามใจ

ในเนียงหรือในไห             ในที่นั่งหรือที่นอน

นึกจะถุ้ยก็ถุ้ยไป               อย่าฟังใครมาว่าสอน

ผ้านุ่งผ้าห่มนอน               เปรอะเปื้อนไปตามใจมัน

หนึ่งเล่าเมื่อกินหมาก        ปูนเหลอมากจงป้ายบั่น

เหลียดไว้ที่นอนั้น             หรือทาไว้ที่ชายฝา

ถ้าไปที่เรือนใคร               ให้เอาปูนช่วยลาทา

ตามนอหรือตามฝา            อย่ากลับมาเสียเปล่าเปล่า

หนึ่งเล่าถ้าแม้นว่า              จะไปหาเจ้านายเรา

เมื่อจะแลตาเขา                เขาแลมาอย่าหลบตา

เขาเหลือกเราเหลือกมั่ง      แข่งกันบ้างใครกริบหวา

อย่าแพ้อ้ายหลานอาว์        การแลตาอย่ากลัวใคร

เจ้านายชอบเราครัน           คงรางวัลให้เต็มใจ

อนึ่งเล่าถ้าผู้ใหญ่               เขาพูดกล่าวเล่านิทาน

นั่งแลอย่าฟังเปล่า              พูดแซงเขาขึ้นเถิดหลาน

พลางทำตาเหลือกลาน       อย่าได้พริบกริบทีเดียว

เขาแลเราอย่าหลบ            สบกันเข้าเป็นไหรเจียว

เขาหลุนเราหลุนเหลียว      เหลือกให้เพรียวอ้ายหลานอาว์

เขาคงให้รางวัล                  การสิ่งนั้นเป็นวิชา

อนึ่งเมื่อกินข้าวปลา           ให้เหลือกตาทุกคำกลืน

แลซ้ายเหลียวแลขวา         ทำหน่วยตาให้ตื่นตื่น

หยิบกับกัดแล้วคืน            ก้างปลาเหลือทิ้งเพรื่อไป

จงจำตามคำสอน                ทุกบทกลอนให้ขึ้นใจ

ด้วยกลอนที่สอนไว้           ดีทุกสิ่งอย่าทิ้งเสีย

อย่าทิ้งหวากเหล้ายา         อย่าได้ออกนอกบ่อนเบี้ย

อย่าทิ้งขี้คร้านเสีย             การเงินเบี้ยนั้นไม่ไหร

หาไม่จะเอาเอง                อย่าคิดเกรงผู้ใดใด

คนอื่นมีถมไป                  เราไม่ไหรช่างหัวมัน

ลองทำดูเถิดหลาน            วิชาการทุกสิ่งอัน

ล้วนเรื่องดีทั้งนั้น               เราสอนไว้ให้พาตัว

ถ้าใครถือได้หนา            “ขี้” กับ “ข้า” เป็นของตัว

ไม่ใช่เป็นของชั่ว            ตัว “อัปรีย์” ทั้งนั้นเอย

อ้างอิง: สาทร ดิษฐสุวรรณ. วรรณกรรมท้องถิ่น (เอกสารอัดสำเนา)โรงเรียนหัวไทรบำรุงราษฎร์ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช,๒๕๓๔,หน้า ๒๔๙-๒๕๐

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s